ันธะสัญญาของสถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิ
                                                           ในการให้บริการประชาชน
คำนำ
             
 ตามประกาศนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการปรับปรุงงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้านต่างๆ ตั้งแต่ แนวคิดทางการบริหาร การวางกรอบ
วิสัยทัศน์ ยุทธวิธีในการปฏิบัติงาน การให้บริการประชาชน เพื่อปรับทิศทางการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สอดคล้องกับ ภาวะการณ์ในปัจจุบัน และอนาคต
อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอาชญากรรม และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ตามภารกิจขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดแนวทางในการผลักดันนโยบายลงสู่ภาคปฏิบัติ ออกเป็น 3 ส่วน ใหญ่ ๆ คือ ส่วนที่ 1  เป็นกระบวนการยอมรับสภาพความเป็นจริงสภาพปัจจุบัน ที่เป็นอยู่ของทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ และการสร้างพันธะสัญญาโดยการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานของ แต่ละสถานีตำรวจบนพื้นฐานสภาพความเป็นจริงของท้องที่นั้น ส่วนที่ 2 เป็นกระบวนการปรับปรุงพัฒนาระบบการทำงานของสถานีตำรวจให้เข้าสู่กลยุทธ์ปฏิบัติการ 3 ประสาน ได้แก่ การป้องกันเชิงรุกในพื้นที่ การให้บริการเสร็จสิ้น  ณ  จุดเดียว  และการคลี่คลายคดีแบบบูรณาการ และส่วนที่ 3  เป็นกระบวนการที่ปรับปรุงโครงสร้าง และระบบการบริหารจัดการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในภาพรวม เพื่อให้สอดรับและสามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจ และหน่วยปฏิบัติการอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          การดำเนินการในส่วนที่ 1 (ยอมรับความจริงและสร้างพันธะสัญญา) นั้น ตร.ได้มีคำสั่งที่ 701/2545 ลง 30 ก.ย.45 แต่งตั้งคณะทำงานอำนวยการ คณะกรรมการ
ดำเนินงาน และคณะทำงานพัฒนาปรับปรุงระบบการทำงานของสถานีตำรวจ ซึ่งประกอบไปด้วยคณะทำงานในหน้างานด้านต่าง ๆ ของสถานีตำรวจรวม 6 ด้าน ได้แก่
คณะทำงานศูนย์ข้อมูลอำนวยการสถานีตำรวจ คณะทำงานป้องกันปราบปราม คณะทำงานงานสืบสวน คณะทำงานงานสอบสวน คณะทำงานธุรการและอำนวยการ และ
คณะทำงานงานจราจร ซึ่งคณะทำงานได้สรุปและกำหนดกรอบกิจกรรมของงานในแต่ละด้าน เพื่อให้สถานีตำรวจได้ใช้เป็นแนวทางในการนำไปกำหนดเป็นพันธะสัญญา
ของแต่ละสถานี ตามสภาพแวดล้อม และปัจจัยพื้นฐานตามความเป็นจริงของแต่ละสถานีตำรวจ
          เอกสารฉบับนี้ จะเป็นคู่มือของสถานีตำรวจในการศึกษาแนวทางของกิจกรรม เพื่อกำหนดเป็นพันธะสัญญาต่อการให้บริการประชาชนในพื้นที่ ตามนโยบาย ตร.
ดังกล่าว โดยกรอบกิจกรรมในงานด้านต่าง ๆ ทั้ง 6 ด้านข้างต้น คณะทำงานได้ทำการศึกษา และกำหนดกรอบกิจกรรมในเบื้องต้นไว้เพียง 4 ด้าน คือ งานป้องกันปราบปราม งานสอบสวน งานธุรการและอำนวยการ และงานจราจร ที่มีความพร้อม ส่วนงานด้านศูนย์ข้อมูลอำนวยการสถานีตำรวจ และงานสืบสวน ที่มีลักษณะงานส่วนใหญ่เกี่ยวข้อง
กับการบริหารจัดการภายในของ ตร.เอง อีกทั้งขั้นตอนปฏิบัติยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ซึ่ง ตร.จะได้ศึกษาและกำหนดกรอบกิจกรรมในงานด้านดังกล่าว เพิ่มเติมให้ในภายหลัง
โดยสาระสำคัญในเอกสารนี้ประกอบด้วย การกำหนดแนวทางในการศึกษาเพื่อกำหนดพันธะสัญญา การกำหนดแนวทางการปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทั้ง
ตัวอย่างการประกาศพันธะสัญญาต่อประชาชน
          ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการผลักดันตามนโยบายของ ตร. ไปสู่ภาคปฏิบัติ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ต้องทำความเข้าใจ และควบคุมกำกับดูแลในการปฏิบัติให้เป็น
ไปตามพันธะสัญญาที่ได้ให้ไว้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ตามนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนในท้ายที่สุด

วิธีกำหนดพันธะสัญญาของสถานีตำรวจในการให้บริการประชาชน
ตามกรอบกิจกรรมของ ตร.

           1. กรอบกิจกรรมงานด้านต่าง ๆ
                   ตร. ได้กำหนดกรอบกิจกรรมของสถานีตำรวจ ที่ต้องนำไปกำหนดพันธะสัญญาให้บริการประชาชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางในการผลักดันนโยบาย
ลงสู่ภาคปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายที่มุ่งเน้นให้สถานีตำรวจแต่ละสถานี ให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชนผู้รับบริการในพื้นที่ อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ระบบการทำงาน และ
ทรัพยากรที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ ในหน้างานด้าน ต่าง ๆ ของสถานีตำรวจ ซึ่งจะถือเป็นข้อผูกพันในการปฏิบัติงาน เพื่อให้บริการประชาชน กรอบกิจกรรมในงานด้านต่าง ๆ ของสถานีตำรวจมีด้วยกัน 4 ด้าน ดังนี้.
                  (1) งานด้านธุรการและอำนวยการ
                  (2) งานด้านป้องกันปราบปราม
                  (3) งานด้านจราจร
                  (4) งานด้านสอบสวน

ปรากฏตามตารางกรอบกิจกรรมในแต่ละด้านดังนี้
พันธะสัญญาของงานธุรการและอำนวยการแบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ
พันธะสัญญากับประชาชน

ประเภทของงาน
ขั้นตอนการปฏิบัติ
พันธะสัญญา
ภายใต้กรอบ
1.การขอตรวจสอบประวัติสมัครงาน
   หรือเข้าศึกษาต่อ
1. พบเจ้าหน้าที่ธุรการเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ
    และกรอกข้อข้อความในเอกสาร
2. ส่งเรื่องไปตรวจสอบที่กองทะเบียน
    ประวัติอาชญากร
3. แจ้งผลการตรวจสอบประวัติ
ภายใน 15 วัน
ประชาชนสามารถถือเอกสารไปตรวจสอบพร้อม
ขอรับผลที่กองทะเบียนประวัติฯด้วยตนเองได้
หรือส่งทางไปรษณีย์ด่วนมาก็ได้
2. การขออนุญาตเล่นงิ้ว 1. พบเจ้าหน้าที่ธุรการเพื่อตรวจสอบ
    หลักฐานเกี่ยวกับการแสดงงิ้ว
2. ส่งบทการแสดงไปตรวจสอบที่สันติบาล
3. รับผลการตรวจบทแปลจากสันติบาล
4. แจ้งผลการพิจารณา
ภายใน 15 วัน
 
3. การขอต่ออายุใบสำคัญ ประจำตัว
    คนต่างด้าว
1. พบเจ้าหน้าที่ยื่นคำร้อง
2. ชำระเงินค่าธรรมเนียม
3. ลงรายการต่ออายุในใบสำคัญฯ
4. ออกใบเสร็จรับเงิน
5. นายทะเบียนลงนาม
ภายใน 30 นาที
 
4. แจ้งย้ายภูมิลำเนาคนต่างด้าว
(ทั้งกรณีย้ายออกและย้ายเข้า)
1. นำใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว และ
สำเนาทะเบียนบ้านมาพบเจ้าหน้าที่ธุรการ
2. เขียนคำร้อง
3. เจ้าหน้าที่ธุรการลงรายการในใบสำคัญฯ
4. นายทะเบียนลงนาม
5. (กรณีย้ายเข้า) ทำบันทึกขอรับเอกสาร
ต้นเรื่องของคนต่างด้าวจากสถานีตำรวจเดิม
ภายใน 30 นาที
 
5. ขอปิดรูปถ่ายคนต่างด้าว เมื่อครบ
    ระยะ 5 ปี
1. พบเจ้าหน้าที่ธุรการ พร้อมภาพถ่ายขนาด
2. นิ้ว จำนวน 4 รูป2. เขียนคำร้อง
3. เจ้าหน้าที่ประทับตรา
4. นายทะเบียนลงนาม
ภายใน 30 นาที
 
6. การแจ้งการตายของคนต่างด้าว 1. นำใบสำคัญประจำคนต่างด้าวและใบ
   มรณบัตรพบเจ้าหน้าที่ธุรการ
2. หมายเหตุในเอกสารต้นเรื่องใน
ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
3. นายทะเบียนลงนาม
4. ส่งเรื่องไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ภายใน 1 ชั่วโมง
หน่วยรับผิดชอบของ สำนักงาน
ตรวจคนเข้าเมืองคือ งาน 4 กก.1 ตม.สตม.
7. ขอแปลงสัญชาติคนต่างด้าว 1. เมื่อคนต่างด้าวได้รับราชกิจจาฯ ให้แปลง
   เป็นสัญชาติไทยได้แล้ว มาพบเจ้าหน้าที่ธุรการ
2. หมายเหตุในเอกสารต้นเรื่องในใบสำคัญ
    ประจำตัวคนต่างด้าว
3. นายทะเบียนลงนาม
4. ส่งเรื่องไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ภายใน 1 ชั่วโมง
หน่วยรับผิดชอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
คือ งาน 4 กก.1 ตม.สตม.
8. การรับใบแทนใบสำคัญประจำตัว
    คนต่างด้าวที่ชำรุดหรือสูญหาย
1. นำหลักฐานใบแจ้งความสูญหาย
    หรือชำรุดพร้อมถ่ายภาพ และ
    สำเนาทะเบียนบ้าน พบเจ้าหน้าที่ธุรการ
    เพื่อยื่นคำร้องและชำระค่าธรรมเนียม
    ตามระเบียบ
2. เจ้าหน้าที่ธุรการออกใบเสร็จ สอบปากคำ
    ตรวจสอบเอกสาร และออกเล่มใบสำคัญ
3. นายทะเบียนลงนาม
ภายใน 1 ชั่วโมง
 
9. ขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวใหม่
    (ภายใน 7 วัน)
1. พบเจ้าหน้าที่ธุรการพร้อมใบสำคัญถิ่นที่อยู่
    และหนังสือแจ้งนายทะเบียนท้องที่จาก
    สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแล้วยื่นคำร้อง
    ชำระค่าธรรมเนียม
2. ตรวจสอบหลักฐานและยืนยันความถูกต้อง
    จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
3. ชำระค่าธรรมเนียมตามระเบียบ
4. เจ้าหน้าที่ออกเล่มใหม่ให้นายทะเบียน
    ลงนาม
ภายใน 1 ชั่วโมง
หน่วยรับผิดชอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
คือ งาน 4 กก.1 ตม.สตม.
10. ขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
      ใหม่ (เกินกำหนด 7 วัน)
1. พบเจ้าหน้าที่ธุรการพร้อมใบสำคัญฯ
2. ตรวจสอบหลักฐานและยืนยันความถูกต้อง
    จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
3. ชำระค่าธรรมเนียมตามระเบียบ
4. เจ้าหน้าที่ออกเล่มใหม่
5. นายทะเบียนลงนาม
6. ส่งปลายขั้วไปสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ภายใน 1 วัน
1. หน่วยรับผิดชอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
    คือ งาน 4 กก.1 ตม.สตม.
2. ถ้าคนต่างด้าวเป็นผู้เยาว์(อายุไม่เกิน 12ปี)
    ต้องเพิ่มขั้นตอนการพิมพ์ลายนิ้วมือ
     และสอบปากคำผู้ปกครองพร้อมตรวจสอบ
    หลักฐายืนยันความถูกต้องจากสำนักงาน
    ตรวจคนเข้าเมืองก่อน

พันธะสัญญากับข้าราชการตำรวจ

ประเภทของงาน
ขั้นตอนการปฏิบัติ
พันธะสัญญา
ภายใต้กรอบ
1. การเลื่อนขั้นเงินเดือน ประจำปี 1. ตร.มีหนังสือสั่งการแจ้งหน่วยจัดทำบัญชี
    (สน.,สภ./กก.,บก.,ภจว./บช.,ตร.ภาค)
2. คณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนของหน่วย
    จัดทำบัญชีแต่ละระดับประชุมพิจารณา
3. ผู้มีอำนาจออกคำสั่ง
ภายใน 3 วัน
ปีละ 2 ครั้ง ตามวาระที่ ตร.กำหนด
2. การแต่งตั้งกรณีร้องขอ
    กลับภูมิลำเนา
1. ข้าราชการตำรวจที่ประสงค์ขอรับการ
    แต่งตั้งยื่นคำร้องผ่านผู้บังคับบัญชาตาม
    ลำดับชั้นพิจารณาและมีความเห็น
    (ผู้บังคับบัญชาในสายงาน,ผกก.,ผบก.)
2. ผู้บังคับบัญชาระดับ บช.หรือ ตร.ภาค
    มีความเห็นเสนอ ตร.
3. คณะกรรมการระดับ ตร.พิจารณา
4. ตร. ออกคำสั่งแต่งตั้ง
ภายใน 1 วัน
ตร.พิจารณาปีละ 1 ครั้ง
3. การขอเลื่อนยศ
    (ชั้นประทวน)
1. ข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติ
    ครบถ้วนและเจ้าหน้าที่ธุรการของ
    สถานีตำรวจตรวจสอบคุณสมบัติและ
    ยื่นคำร้องพร้อมเอกสาร
2. ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นพิจารณา
    และลงนาม(สน.,สภ./กก.,บก./ภ.จว.)
    เสนอ บช./ตร.ภาค
3. ผู้มีอำนาจ(ผบช.) ออกคำสั่งแต่งตั้งว่าที่ยศ
ภายใน 1 วัน
 
4. การเลื่อนยศ
    (ชั้นสัญญาบัตร)
1. ข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติ
    ครบถ้วนและเจ้าหน้าที่ธุรการของ
    สถานีตำรวจตรวจสอบคุณสมบัติและ
    ยื่นคำร้องพร้อมเอกสาร
2. ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นพิจารณา
    และลงนาม(สน.,สภ./กก.,บก./ภ.จว.)
3. ผู้บังคับบัญชาระดับ บช./ตร.ภาค
    พิจารณา และลงนามเสนอ ตร.
4. ตร(โดย สกพ.)     ตรวจสอบและเสนอนายกรัฐมนตรี
    ลงนามคำสั่งแต่งตั้งว่าที่ยศ     
ภายใน 1 วัน
ปีละ 2 ครั้ง ตามวาระที่ ตร.กำหนด
5. การขอพระราชทานเครื่องราช
    อิสริยาภรณ์
1. ตำรวจมีหนังสือสั่งการแจ้งหน่วยต่าง ๆ
    รวบรวมรายชื่อข้าราชการตำรวจที่มี
    คุณสมบัติครบถ้วนเสนอภายในกำหนด
2. สน./สภ./กก.เสนอรายชื่อพร้อมเอกสาร
    ประกอบผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น
    ถึง ตร.
3. ตร.เสนอเรื่องถึงสำนักงาน
    เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ภายใน 1 วัน
ดำเนินการปีละ 1 ครั้ง
6. การขอรับบำเหน็จบำนาญ
    หรือบำเหน็จตกทอด
1. ผู้มีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญฯ หรือทายาท
    ที่ยื่นเรื่องต่อหัวหน้าสถานีตำรวจ / ผกก.
    พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
2. หัวหน้าสถานีตำรวจ/ผกก.ลงนามใน
    เอกสารเสนอ ผบก.
ภายใน 7 วัน
- ตร.มอบอำนาจให้ ผบก.เสนอเรื่องโดยตรง
  ไปยังกรมบัญชีกลาง
- พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการตำรวจ
  พ.ศ.2494 กำหนดต้องแล้วเสร็จภายใน 30 วัน
7. การจัดทำบัตรประจำตัวข้าราชการ 1. ข้าราชการตำรวจยื่นคำร้องพร้อมหลักฐาน
    เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น
    พิจารณาลงนาม
2. ผู้มีอำนาจลงนามในบัตร (นครบาลเป็นอำนาจ
    ผบช.น,ตำรวจภูธรเป็นอำนาจผู้ว่าราชการ
     จังหวัด
ภายใน 7 วัน
 
8. การดำเนินการทางวินัย
    กรณีกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย
    อย่างไม่ร้ายแรง
1. ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดกล่าวโทษ
    หรือทั้งคณะกรรมการสอบสวน
2. ถ้าปรากฏมูลความผิดก็ให้ลงทัณฑ์
    หรือถ้าไม่ผิดก็ให้ยุติเรื่อง
ภายใน 30 วัน
 
9. การดำเนินการทางวินัยกรณีกล่าวหา
    ว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
1. ผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการตำรวจ
    ตั้งแต่ชั้นพลตำรวจ ถึง จ.ส.ต.
    ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดดำเนินการ
    และพิจารณามีความเห็นในการลงโทษ
2. ผู้ถูกกล่าวโทษเป็นข้าราชการตำรวจ
    ตั้งแต่ชั้นยศ ด.ต. - นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร
    ผบช.เป็นผู้สั่งตั้งกรรมการจะต้องสอบสวน
    ให้เสร็จตามกฎ ก.พ.ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2540)
ภายใน 60 วัน
 
10. การร้องทุกข์กรกรณีถูกลงทัณฑ์ 1. ผู้ถูกลงทัณฑ์ยื่นหนังสือทำเป็นคำชี้แจง
    เหตุผลต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรง
ภายใน 15 วัน
 
11. การขอให้พนักงานอัยการเป็น
     ทนายแก้ต่างกรณีถูกฟ้องเนื่องจาก
     การปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือถูกฟ้อง
     คดีต่อศาลปกครอง
ยื่นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงให้ปรากฏ
รายละเอียดและข้อเท็จจริงว่าเป็นการปฏิบัติ
หน้าที่ราชการ
ภายใน 30 วัน
 
12. การขอที่พักอาศัย
     (กรณีอาคารอิสระของ สน./สภ.)
1. ข้าราชการตำรวจยื่นคำร้องพร้อมเอกสาร
    เสนอต้นสังกัด (สน./สภ.)
2. ต้นสังกัดตรวจสอบหลักฐานและจัดลำดับ
3. คณะกรรมการระดับ สน./สภ. พิจารณาจัดเข้า
    ที่พักอาศัย
ภายใน 1 วัน
    เมื่อมีห้องว่าง  และคุญสมบัติครบถ้วน
13. การขอที่พักอาศัย
     (กรณีอาคารส่วนกลาง)
1. ข้าราชการตำรวจยื่นคำร้องพร้อมเอกสาร
    เสนอต้นสังกัด (สน./สภ.)
2. ต้นสังกัดตรวจสอบหลักฐานเสนอ
    ผู้บังคับบัญชา (เช่น บก.,บช. หรือ ตร
.   แล้วแต่กรณี) ตรวจสอบหลักฐานและจัดลำดับ
3. คณะกรรมการพิจารณาจัดเข้าพักอาศัย
ภายใน 1 เดือน
    เมื่อมีห้องว่าง  และคุญสมบัติครบถ้วน
14. การขอรับเงินจากมูลนิธิสงเคราะห์
     ข้าราชการตำรวจ
1. ข้าราชการตำรวจหรือทายาทยื่นคำร้อง
    พร้อมหลักฐานเสนอผู้บังคับบัญชา
    ตามลำดับชั้นจนถึง ระดับ บก./ภ.จว.
2. ผบก.ตรวจสอบหลักฐานแล้วเสนอ
    สก.สกพ.พิจารณา
3. คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ
ภายใน 30 วัน
 
15. การเบิกเงินค่ารักษาพยาบาล 1. ข้าราชการตำรวจที่ประสงค์ขอรับเงิน
    ค่ารักษาพยาบาล ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐาน
    เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น จนถึง
    บก.หรือ ภ.จว.พิจารณา
2. บก./ภ.จว. ตรวจสอบและวางฎีกา
    ไปกรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัด
3. กรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัดอนุมัติ
4. ผบก.อนุมัติจ่ายเงิน
ภายใน 15 วัน
        ขั้นตอนจะเร็วขึ้นหากผู้บังคับบัญชา
ระดับสถานีตำรวจ หรือ บก.เตรียมการ
จัดหาเงินทดรองไว้ล่วงหน้า
16. การเบิกเงินค่าเล่าเรียนบุตร 1. ข้าราชการตำรวจที่ประสงค์ขอรับเงิน
    ค่าเล่าเรียนบุตร ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐาน
    เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นพิจารณา
    จนถึง บก.หรือ ภ.จว.พิจารณา
2. บก./ภ.จว. ตรวจสอบและวางฎีกาไป
    กรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัด
3. กรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัดอนุมัติ
4. ผบก.อนุมัติจ่ายเงิน
ภายใน 15 วัน
        ขั้นตอนจะเร็วขึ้นหากผู้บังคับบัญชา
ระดับสถานีตำรวจ หรือ บก.เตรียมการ
จัดหาเงินทดรองไว้ล่วงหน้า
17. การเบิกเงินค่าตอบแทนพนักงาน
      สอบสอบสวน
1. พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องพร้อม
    เอกสารที่เกี่ยวข้องต่อเจ้าหน้าที่ธุรการ
2. เจ้าหน้าที่ธุรการตรวจสอบความถูกต้อง
    เสนอ ผกก.ลงนาม เสนอ ผบก./ภ.จว.
    พิจารณา
3. บก./ภ.จว.ตรวจสอบและวางฎีกาไป
    กรมบัญชีกลาง หรือคลังจังหวัด
4. กรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัดอนุมัติ
ภายใน 30 วัน
 
18. การเบิกเงินรางวัลจราจร 1. เจ้าหน้าที่ธุรการรวบรวมยอดเงิน
    ผู้ชำระค่าปรับ ซึ่งต้องจัดสรรให้ท้องถิ่น
    ร้อยละ 50 เป็นส่วนของตำรวจร้อยละ 50
    เสนอ ผกก.ลงนามเอกสาร ลงนามเสนอ
    บก./ภ.จว. พิจารณา
2. บก./ภ.จว. ตรวจสอบและวางฎีกาไป
    กรมบัญชีกลาง หรือคลังจังหวัด
3. กรมบัญชีกลาง หรือคลังจังหวัดอนุมัติ
4. ผบก.อนุมัติจ่ายเงิน
ภายใน 30 วัน
 
19. การเบิกเงินสินบนการพนัน 1. เจ้าหน้าที่ธุรการรวบรวมบัญชีผล
    คำพิพากษาของศาล แล้วให้ผู้เกี่ยวข้อง
    ตรวจความถูกต้อง แล้วลงนามในเอกสาร
2. ผกก.ลงนามในเอกสารเสนอ บก./ภ.จว.
    พิจารณา
3. บก./ภ.จว.ตรวจสอบและวางฎีกาไป
    กรมบัญชีกลาง หรือคลังจังหวัด
4. กรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัดอนุมัติ
5. ผบก.อนุมัติจ่ายเงิน
ภายใน 30 วัน
 
20. การเบิกเงินสินบนยาเสพติด 1. เจ้าหน้าที่ธุรการรวบรวมบัญชีผล
    คำพิพากษาของศาลแล้วให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง
    ตรวจสอบความถูกต้อง แล้วลงนามใน
    เอกสาร
2. ผกก.ลงนามในเอกสาร เสนอ บก./ภ.จว.
    พิจารณา
3. บก./ภ.จว.ตรวจสอบ และวางฎีกาไป
    กรมบัญชีกลาง หรือคลังจังหวัด
4. กรมบัญชีกลาง หรือคลังจังหวัดอนุมัติ
5. ผบก.อนุมัติจ่ายเงิน
ภายใน 30 วัน
 
21. การเบิกเงินค่าตอบแทน
     ศูนย์พิทักษ์ เด็ก สตรี และคนชรา
1. เจ้าหน้าที่ธุรการรวบรวมข้อมูลจาก
    นักจิตวิทยาแล้วให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจ
    ความถูกต้อง แล้วลงนามในเอกสาร
2. ผกก.ลงนามในเอกสารเสนอ บก./ภ.จว.
    พิจารณา
3. บก./ภ.จว.ตรวจสอบและวางฎีกาไป
    กรมบัญชีกลาง หรือคลังจังหวัด
4. กรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัดอนุมัต
ิ5. ผบก.อนุมัติจ่ายเงิน
ภายใน 30 วัน
 

พันธะสัญญาของงานป้องกันปราบปราม

ประเภทของงาน
ขั้นตอนการปฏิบัติ
พันธะสัญญา
ภายใต้กรอบ
1. การบริหารงานสายตรวจ องค์ประกอบในการบริหารงานสายตรวจ
ควรประกอบด้วย
-  ห้องปฏิบัติการสายตรวจ
-  ข้อมูลในการวางแผนป้องกันปราบปราม
    อาชญากรรม
-  เครื่องมือสื่อสาร
-  แผนเผชิญเหตุ
-  แผนที่สถานภาพอาชญากรรม   
-  ตำรวจสายตรวจที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี
-  ความร่วมมือจากประชาชนในการให้ข้อมูล
   ข่าวสาร
-  ผู้บังคับบัญชาอำนวยการในพื้นที่
สถานีจะมีองค์ประกอบ
ในการบริหารงาน
ป้องกันปราบปราม
อาชญากรรมอย่าง
ครบถ้วน
- ตามสภาพความพร้อมของแต่ละสถานี 
- ตามแนวทางการปฏิบัติงานที่ ตร.กำหนดไว้
2. ความพร้อมในการป้องกันปราบปราม - การแบ่งเขตการตรวจ
- การจัดประเภทสายตรวจ
- การประกอบกำลังออกปฏิบัติงาน
สถานีมีความพร้อม
ในการป้องกันปราบ
ปรามและให้บริการ
ประชาชน
ตลอด 24 ชม.
โดยแบ่งพื้นที่การ
ตรวจเป็น 4 เขตตรวจ
แต่ละเขตมีตำรวจ
สายตรวจจำนวน 4 นาย
นอกจากนั้นยังมี
สายตรวจรถยนต์
และสายตรวจ
เดินเท้า
จำนวน 6 นาย
และอาสาสมัครสมาชิก
แจ้งข่าวอาชญากรรม
ปฏิบัติร่วมด้วย
-   ขนาดของพื้นที่
-   กำลังฝ่ายป้องกันปราบปรามของสถานี
-   ความเหมาะสมต่อสถานภาพอาชญากรรม
    ในพื้นที่
3. การระงับเหตุ / ให้บริการ - เมื่อมีการแจ้งเหตุร้าย หรือขอรับบริการ
  ตำรวจสายตรวจในพื้นที่ต้อง รีบเดินทาง
   ไประงับเหตุ และให้บริการ
- เจ้าหน้าที่ตำรวจ
  ไประงับเหตุ หรือ
  ให้บริการตามที่ได้ 
  รับแจ้งภายในเวลา
  5 นาที

วิธีคำนวณเวลา

1. เริ่มนับตั้งแต่เวลาที่ผู้แจ้งติดต่อ แจ้งเหตุ
    หรือขอรับบริการมายังตำรวจ จนกระทั่ง
    เจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังจุดเกิดเหตุ หรือจุดที่
    ให้บริการ
2. ช่วงเวลาที่ต้องคำนึง
ก. ช่วงเวลาการรับแจ้งเหตุ ขณะที่ผู้แจ้งติดต่อ
    กับพนักงานโทรศัพท์ครั้งแรก
ข. ช่วงเวลที่พนักงานโทรศัพย์ส่งข้อมูล
การรับแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ
(พนักงานโทรศัพท์แจ้งไปยังพนักงานวิทยุ
พนักงานวิทยุแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่สายตรวจ
ค. ช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเดินทาง
ไปยังจุดเกิดเหตุ หรือจุดที่ให้บริการ

ปัจจัยที่ควรคำนึง

1. ขนาดและลักษณะพื้นที่รับผิดชอบ
2. ความสะดวกในการคมนาคม
3. ความพร้อมของพนักงานวิทยุ     พนักงานโทรศัพท์ และเครื่องมือสื่อสาร
4. ความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ
    และยานพาหนะ
5. สภาพการจราจรในช่วงเวลาต่าง ๆ
6. อื่น ๆ ตามสภาพของพื้นที่

4. การควบคุมผู้ต้องหา - การควบคุมผู้ต้องหา ผู้ต้องกักขังบน
สถานีตำรวจ (ในห้องควบคุม)
-  ผู้ต้องหา /    ผู้ต้องกักขัง
   จะได้รับการควบคุม
   อย่างปลอดภัยใน
   ห้องควบคุมที่สะอาด
   (เหมาะสม)
-   สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
5. การรับโทรศัพท์แจ้งเหตุของ สถาน - ผู้แจ้ง โทรศัพท์แจ้งเหตุมายังสถาน
- เจ้าหน้าที่โทรศัพท์รับข้อมูล
-  การรับโทรศัพท์
   มาแจ้งเหตุที่สถานี
  ตำรวจจะจัดโทรศัพท์
  รับแจ้งเหตุไว้โดย
  เฉพาะ จำนวน 4
  หมายเลขโดยใช้
  ระบบคนตอบรับ
-   สถานีต้องจัดโทรศัพท์สำหรับแจ้งเหตุ
    (โทรเข้าได้อย่างเดียว) ไว้ให้บริการ
    อย่างน้อย 2 หมายเลข

พันธะสัญญาของงานจราจร

ประเภทของงาน
ขั้นตอนการปฏิบัติ
พันธะสัญญา
ภายใต้กรอบ
1. การจัดกำลังตำรวจควบคุมและ
    จัดการจราจรประจำทางแยก หรือ
    จุดที่มีปัญหาการจราจร เช่น
    ทางแยกสำคัญ หน้าศูนย์การค้า
    สถานศึกษา หรือย่านชุมชน
-   มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร
    ประจำทางแยกสำคัญ และจุดสำคัญ
    เช่น หน้าตลาดสด   สถานศึกษา ย่านชุมชน
-   ช่วงเวลาที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประจำจุด
- การจัดกำลังประจำ
  ทางแยก 4 จุด กำลัง
  จุดละ 5 นาย
- การจัดกำลังประจำ
  จุดสำคัญ 4 จุด กำลัง
  จุดละ 5 นาย
- ช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่
  ตำรวจปฏิบัติหน้าที่
  ตั้งแต่ 05.30 - 21.00   น.
 
2. จัดกำลังตำรวจไว้อำนวยความ
     สะดวกการจราจร
-   จัดสายตรวจจราจรไว้อำนวยความสะดวก
    การจราจร
-   กรณีได้รับแจ้งอุบัติเหตุ/รถเสีย/
    ขอความช่วยเหลือ หรือ
-   การแก้ปัญหาการจราจรกรณีเร่งด่วน
    เฉพาะหน้าซึ่งประชนร้องขอให้ดำเนินการ
    และต้องปฏิบัติทันที
-   การจัดสายตรวจจราจรไว้อำนวยความ
    สะดวกการจราจร
- ช่วงเวลาที่จัด
  สายตรวจ (ตลอด
  24 ชม.หรือช่วง
  เวลาใด).
- สายตรวจจราจร
  เดินทางถึงที่เกิดเหตุ
  ภายใน 5 นาที
- จัดกำลังสายตรวจ
  4 สาย จำนวน
  20 นาย
- จัดกำลังสายตรวจ
 4 สาย จำนวน 20   นาย
      ระยะเวลาในการเดินทางถึงที่เกิดเหตุให้นับ
ระยะเวลาตั้งแต่ แจ้งโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่
ตำรวจ จนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเดินทาง
ไปพบผู้แจ้ง หรือถึงที่เกิดเหตุ
3. การอำนวยความสะดวก
    ด้านการเปรียบเทียบปรับคดีจราจร
-   เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจับกุมออกใบสั่ง
    และเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ แล้วนำ
   ใบอนุญาตขับขี่ที่เรียกเก็บส่งให้เจ้าหน้าที่
    เปรียบเทียบปรับ
-   ช่วงเวลาที่มีการจัดเจ้าหน้าที่ไว้ทำการ
    เปรียบเทียบปรับคดีประจำสถานี
-   นำใบสั่งไปพบพนักงานสอบสวน เพื่อกำหนด
    อัตราเปรียบเทียบ ชำระค่าปรับและ
    รับใบอนุญาตขับขี่คืน
ภายใน เวลา 1 ชั่วโมง



สามารถชำระค่าปรับ
ได้ทุกวันตลอด 24
ชั่วโมงไม่เว้นวัน
หยุดราชการ ภายใน 1
วันทำการ (กรณีสถานี
ต ำรวจดำเนินการเอง
ได้)ภายใน 1 วันทำการ
(กรณีต้องขอกำลังหรือ
ประสานกับหน่วยอื่น)
 
4. การขออำนวยความสะดวกด้าน
    การจราจรทั่วไป
-   พบเจ้าหน้าที่ติดต่อหรือยื่นหนังสือ
-   พิจารณาดำเนินการแจ้งผลให้ทราบ
-   พิจารณาเสนอหน่วยงานเหนือสั่งการ
    แล้วแจ้งผลให้ทราบ
ภายใน 1 วันทำการ
(กรณีสถานีตำรวจ
ดำเนินการเองได้)
ภายใน 1 วันทำการ
(กรณีต้องขอกำลังหรือ
ประสานกับหน่วยอื่น)
 
5. การอำนวยความสะดวก
    กรณีต้องขอใช้พื้นผิวจราจร
-   พบเจ้าหน้าที่เพื่อติดต่อหรือยื่นหนังสือ
-   พิจารณาดำเนินการแล้ว แจ้งผลให้ทราบ
-   พิจารณาเสนอหน่วยเหนือสั่งการ
    แล้วแจ้งผลให้ทราบ
ภายใน 1 วันทำการ
(กรณีไม่กระทบ
หน่วยอื่น)
ภายใน 1 วันทำการ
(กรณีต้องประสาน
กับหน่วยอื่น)
 
6. การขออำนวยความสะดวกด้าน
    การจราจร กรณีต้องออกคำสั่ง
    หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการจราจร
-   พบเจ้าหน้าที่ติดต่อหรือยื่นหนังสือ
-   หัวหน้าสถานีพิจารณามีความเห็นเสนอ
-   ส่งเรื่องไปยังกองบังคับการ และ
    กองบัญชาการเพื่อพิจารณา
ภายใน 30 วันทำการ  

พันธะสัญญาของ งานสอบสวน

ประเภทของงาน
ขั้นตอนการปฏิบัติ
พันธะสัญญา
ภายใต้กรอบ
1. การแจ้งเอกสารหาย 1. พบเจ้าหน้าที่เสมียนประจำวัน เพื่อเขียน
    บันทึกประจำวันเอกสารหาย
2. พนักงานสอบสวนลงนามในบันทึกประจำวัน
    ในข้อที่รับแจ้ง
3. เจ้าหน้าที่เสมียนประจำวันมอบสำเนาบันทึก
    ประจำวันให้ผู้แจ้ง
*  ประชาชนมีทางเลือกที่สามารถใช้บริการได้ที่
    สถาานีตำรวจใกล้เคียงที่สะดวก ตู้ยามตำรวจ
    ที่ทำการตำรวจชุมชน หรือ     รถยนต์โมบายเคลื่อนที่ ของสถานีตำรวจ
    (ป.วิ อาญา ม.124)
ภายใน 30 นาที
นับตั้งเวลาที่เจ้าหน้าที่รับแจ้ง
2. การเปรียบเทียบปรับ ตามใบสั่ง 1. นำใบสั่งไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อ
    กำหนดอัตราเปรียบเทียบปรับ
2. ชำระค่าปรับที่เสมียนเปรียบเทียบปรับ
    รับใบเสร็จ และใบอนุญาตขับขี่
    (กรณีไม่ต้องบันทึกคะแนน)
*  ประชาชนมีทางเลือกที่จะสามารถใช้บริการชำระ
    ค่าปรับทางไปรษณีย์
ภายใน 30 นาที
นับตั้งเวลาที่เจ้าหน้าที่รับแจ้ง
3. การสำเนาบันทึกประจำวัน
    เกี่ยวกับคดี
1. ยื่นคำร้องขอคัดสำเนาบันทึกประจำวัน
    ต่อพนักงานสอบสวน
2. เมื่อหัวหน้าสถานีพิจารณาแล้วมีความเห็น
    อนุญาต
3. เจ้าหน้าที่เสมียนประจำวันสำเนาบันทึก
    ประจำวันให้นายตำรวจสัญญาบัตรรับรอง
    สำเนาถูกต้อง มอบให้กับผู้แจ้ง
ภายใน 30 นาที
-   วันเวลาราชการ
4. การขอถอนคำร้องทุกข์ 1. พนักงานสอบสวนเวรเจ้าของคดี หรือ
    ร้อยเวรตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง
2. พนักงานสอบสวนตรวจสอบคดีและ
    อธิบายขั้นตอนการดำเนินคดี
3. บันทึกปากคำและลงลายมือชื่อในสมุดบัญชียึด
    และรักษาทรัพย์
    (กรณียึดของกลาง) ลงบันทึกประจำวัน
    บันทึกการถอนคำร้องทุกข์ คดีความผิด
    อันยอมความได้
ภายใน 1 ชั่วโมง
 
5. การแจ้งความเป็นหลักฐาน
     กรณีไม่เกี่ยวกับคดี
1. พนักงานสอบสวนซักถามรายละเอียด
    ข้อเท็จจริง และตรวจสอบหลักฐาน เอกสาร
    ที่เกี่ยวข้อง อธิบายข้อกฎหมาย
2. ลงบันทึกประจำวัน
ภายใน 1 ชั่วโมง
 
6. การขอประกันตัวผู้ต้องหา 1. ผู้ต้องหาหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องนำ
    หลักประกันยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อ
    พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานตำรวจ
2. พนักงานสอบสวนตรวจสอบหลักฐาน
    ถูกต้องครบถ้วน
3. บันทึกสัญญาประกัน และมีความเห็นควร
    หรือไม่ควรอนุญาตให้ประกัน
4. ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ประกัน
5. กรณีที่อนุญาต ให้ออกหลักฐานรับหลักประกัน
    และสัญญาประกันคู่ฉบับมอบให้นายประกัน
6. เจ้าหน้าที่เสมียนประจำวันทำการบันทึกประจำวัน
    เพื่อปล่อยตัว หรือไม่ปล่อยตัวผู้ต้องหา
ภายใน 24 ชั่วโมง
นับแต่เวลาที่ยื่น
คำร้องต่อพนักงาน
สอบสวน หรือ
เจ้าพนักงานตำรวจ

กรณีเหตุจำเป็น
ไม่อาจสั่งปล่อย
ชั่วคราวได้
ให้พิจารณา
ให้เสร็จสิ้นภายใน
24 ชั่วโมง นับแต่
เวลาที่ยื่นคำร้อง
ขอปล่อยชั่วคราว
1. พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนพิมพ์ลาย
    นิ้วมือผู้ต้องหาแล้ว
2. หลักฐานเกี่ยวกับผู้ประกันครบถ้วน
3. หลักฐานเกี่ยวกับหลักประกันครบถ้วน
4. พนักงานสอบสวนเป็นผู้มี
    *  อำนาจวินิจฉัยคำร้องยกเว้น
4.1 คดีความผิดต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี
        รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทน
  4.2 คดีความผิดความมั่นคงของรัฐภายในราช
        อาณาจักร
  4.3 คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ
7. การคืนหลักทรัพย์ที่นำมา
     ประกันผู้ต้องหา
1. นำหลักฐานรับหลักประกันตัวผู้ต้องหา
    พบพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่
    ธุรการทางคดี
2. พนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าธุรการ
    ทางคดีตรวจสอบ และบันทึกผลคดีถึงที่สุด
    หรือบันทึกเหตุที่ถอนคดีได้
3. พนักงานสอบสวนมีความเห็นให้
    ถอนสัญญาประกัน
4. เจ้าหน้าที่เสมียนประจำวันลงบันทึก
    ประจำวัน และมอบหลักทรัพย์คืน
    ให้นายประกัน
ภายใน 24 ชั่วโมง
ในวันเวลาราชการ
นับแต่เวลาที่ยื่น
หลักฐานประกันตัว
ผู้ต้องหา ต่อพนักงาน
สอบสวน

ภายใน 1วันทำการ
นับแต่วัน ยื่น
หลักฐานประกันตัว
ผู้ต้องหา ต่อพนักงาน
สอบสวน
ภายใน 1 วัน
1. หลักทรัพย์ที่เก็บรักษาอยู่ที่สถานีตำรวจ
2. พนักงานสอบสวนเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยคืน
    หลักทรัพย์ประกัน

1. หลักทรัพย์ไม่ได้เก็บรักษาอยู่ที่สถานีตำรวจ
2. พนักงานสอบสวนเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย
    คืนหลักประกัน
8. การตรวจสอบสภาพรถ
     ในคดีจราจร
1. พนักงานสอบสวนทำบันทึกส่งรถไป
    ตรวจสภาพ
2. นำรถไปตรวจสภาพที่กองบังคับการ
    จราจร

*   หรือผู้ชำนาญการอื่น แต่ต้องสอบสวน
    ให้ปรากฏความรู้ความชำนาญในเรื่องนั้น
    ไว้ด้วย
ภายใน 1 วัน
 
9. การคืนของกลางกรณีศาลมี
    คำพิพากษา หรือคำสั่งถึงที่สุดไม่ริบ
    หรือพนักงานอัยการแจ้งให้คืน
1. นำหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ และเอกสาร
    ที่เกี่ยวข้อง พบพนักงานสอบสวน
2. พนักงานสอบสวนตรวจสอบหลักฐาน และ
    พิจารณามีความเห็นเสนอผู้มีอำนาจสั่ง
    คืนของกลาง
3. ลงบันทึกประจำวันคืนของกลาง
    และลงลายมือชื่อรับในสมุดบัญชียึด และรักษาทรัพย์
ภายใน 1 ชั่วโมง
 
10. การแจ้งความคืบหน้าของคดี -   พนักงานสอบสวนแจ้งเป็นหนังสือถึงผู้เสียหาย       ภายใน 1 เดือน
จนกว่าการสอบสวนจะ
เสร็จสิ้น
 
11. การแจ้งให้ญาติหรือบุคคลที่
     ผู้ต้องหาไว้วางใจทราบการจับกุม
     เมื่อผู้ถูกจับร้องขอ
-   เจ้าพนักงานตำรวจผู้ควบคุมผู้ต้องหาเป็นผู้แจ้ง
    หรือประสานงานตำรวจท้องที่ ที่ญาติ หรือบุคคล
    ที่ผู้ต้องหาไว้วางใจมีภูมิลำเนาอยู่เป็นผู้แจ้ง
ภายใน 24 ชั่วโมง
 

          2. วิธีดำเนินการ

                                  1) หน่วยปฏิบัติทุกหน่วย (สถานีตำรวจ) ศึกษาอบรมกิจกรรมงานด้านต่าง ๆ ที่ ตร.กำหนดโดยคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงของปัจจัยด้านต่าง ๆ ของสถานีตำรวจเป็นองค์ประกอบในการกำหนดกิจกรรมที่เหมาะสม ซึ่งกิจกรรมที่จะกำหนดเป็นพันธะสัญญาให้บริการประชาชนนั้น แต่ละสถานีจะกำหนดพันธะสัญญามากกว่ากรอบที่ ตร.กำหนดไว้ก็ได้
                                  2) การกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานในพันธะสัญญาแต่ละกิจกรรม เช่น เวลาที่ใช้ ความถี่ จำนวน หรือปริมาณการให้บริการนั้น อยู่ในดุลพินิจของสถานีตำรวจแต่ละแห่งที่จะกำหนดขึ้น โดยพิจารณาจากความเหมาะสมของทรัพยากร สภาพพื้นที่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ แต่อย่างไรก็ตามอาจนำระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วย ขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของสถานีตำรวจ พ.ศ.2542 มาเทียบเคียง เพื่อใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบการกำหนด
มาตรฐาน การปฏิบัติงานในกิจกรรมที่จะประกาศเป็นพันธะสัญญาไว้ก็ได้ หากการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานในพันธะสัญญาแต่ละกิจกรรม จำเป็นต้องใช้ระยะ
เวลาการปฏิบัติราชการ หรือมีขั้นตอนที่ยาวนานกว่าที่ได้เคยประกาศไว้ ควรชี้แจงเหตุผลความจำเป็นให้ประชาชนได้ทราบ
                                  3) เมื่อได้เลือกกิจกรรมที่ประกาศเป็นพันธะสัญญาให้บริการประชาชนแล้ว ให้สถานีตำรวจแต่ละแห่ง ดำเนินการประกาศพันธะสัญญาให้บริการประชาชนภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2545 โดยมีหัวหน้าสถานีตำรวจและประธาน กต.ตร. ประจำสถานีตำรวจลงนามบนเอกสารประกาศพันธะสัญญาที่จัดทำขึ้น และ
ติดประกาศไว้ที่สถานีตำรวจเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ การตรวจของผู้บังคับบัญชา และประชาชน และให้จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องดังกล่าวตามลำดับ ดังนี้
                                       3.1 สถานีตำรวจส่งเอกสารที่ประกาศพันธะสัญญาไปยัง บก. หรือ ภ.จว. ต้นสังกัด จำนวน 8 ชุด ภายใน 3 วัน นับแต่วันประกาศพันธะสัญญา
                                       3.2 บก.น. หรือ ภ.จว. จัดสั่งเอกสารดังกล่าว ดังนี้
                                             3.2.1 ส่ง บช. ต้นสังกัด จำนวน 2 ชุด เพื่อให้รับทราบ และตรวจสอบ
                                             3.2.2 ส่ง สกพ. (อต.) จำนวน 4 ชุด ภายในวันที่ 22 พ.ย. 2545 เพื่อรายงาน ตร. ดำเนินงานต่อไป
                                   4) ประกาศและประชาสัมพันธ์พันธะสัญญาให้ประชาชนได้รับทราบ โดยการติดแผ่นป้ายประกาศพันธะสัญญาไว้ที่สถานีตำรวจ
ในบริเวณที่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ สามารถมองเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น แผ่นพับ วิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ
ภายใต้ของทรัพยากรของแต่ละสถานี
                                   5) แผ่นป้ายประกาศให้ดำเนินการจัดทำ โดยใช้สีและขนาดตามความเหมาะสมของพื้นที่ ที่จะติดประกาศในแต่ละสถานีตำรวจ

 พันธะสัญญาการให้บริการประชาชน ระหว่าง สถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิ
และ กต.ตร. ประจำสถานีตำรวจพันธะสัญญาของงานป้องกันปราบปราม

ประเภทของงาน
ขั้นตอนการปฏิบัติ
พันธะสัญญา
ภายใต้กรอบ
1. การบริหารงานสายตรวจ องค์ประกอบในการบริหารงาน
ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม
ได้แก่ ห้องปฏิบัติการสายตรวจ,
ข้อมูลในการวางแผนป้องกัน
ปราบปรามอาชญากรรม
, เครื่องมือสื่อสาร, แผนเผชิญเหตุ,
แผนที่สถานภาพอาชญากรรม,
ตำรวจสายตรวจที่ผ่านการอบรมมาอย่างด
ี, ความร่วมมือจากประชาชนในการให้ข้อมูล
ข่าวสารและมีผู้บังคับบัญชาอำนวยการในพื้นที่
สถานีจะมีองค์ประกอบ
ในการบริหารงาน
ป้องกันปราบปราม
อาชญากรรมอย่าง
ครบถ้วน
-   ตามสภาพความพร้อมของแต่ละสถานี
2. ความพร้อมในการป้องกัน
     ปราบปราม
สถานีมีความพร้อมในการป้องกันปราบปราม
และให้บริการประชาชนตลอด 24 ชม.
โดยแบ่งพื้นที่การตรวจเป็น 4 เขตตรวจ
แต่ละเขตมีตำรวจสายตรวจ จำนวน 2 นาย
สายตรวจรถยนต์, สายตรวจเดินเท้า
จำนวน 6 นาย และอาสาสมัครสมาชิก
แจ้งข่าวอาชญากรรม และอาสาสมัคร
ป้องกันอาชญากรรม ยาเสพติด
และรักษาความสงบเรียบร้อยประจำหมู่บ้าน
/ ชุมชน (อสร.) ร่วมปฏิบัติด้วย
สถานีจะมีองค์ประกอบ
ในการบริหารงาน
ป้องกันปราบปราม
อาชญากรรมอย่าง
ครบถ้วน
-   ตามแนวทางการปฏิบัติงานที่ ตร.กำหนดไว้

                          พ.ต.อ.สุริเดช    วรรณสุทธิ์
                       ผกก.สภ.สุวรรณภูมิ จว.ร้อยเอ็ด
                                                                             นายพนม    ศรีแสนปาง
                ประธาน  กต.ตร.สถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิ                                                                   ผู้แทน กต.ตร.ฝ่ายประชาชน

 ตัวอย่างการลงบันทึกระยะเวลาในการดำเนินการ
ตามพันธะสัญญาในงานป้องกันปราบปราม

ประเภทของงาน
ขั้นตอนการปฏิบัติ
ภายใต้กรอบ
1. การรับแจ้งเหตุ 1. พนักงานวิทยุรับแจ้งเหตุ
2. พนักงานวิทยุแจ้งเหตุ ต่อสายตรวจ หรือพนักงานสอบสวน
3. พนักงานวิทยุสอบถามผลการดำเนินการ
        (บันทึกเวลาในสมุดคุม)(บันทึกเวลาในสมุดคุม)
(บันทึกเวลาในสมุดคุม) ขั้นตอนการปฏิบัติ

 Home