วินัยตำรวจ  ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ  พ.ศ.  2547

                                                           มาตรา 78  การกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง
            ได้แก่ การไม่รักษาวินัยตามที่บัญญัติเป็นข้อปฏิบัติและข้อห้ามในเรื่อง ดังต่อไปนี้

1.   ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรมเป็นไปตามกฎหมาย  กฎระเบียบของทางราชการ   มติคณะรัฐมนตรีจรรยาบรรณของตำรวจ
      และนโยบายของรัฐบาลโดยไม่ให้เสียหายแก่ราชการ
2.   ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่าการ
      ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจะทำให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทาางราชการจะเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันทีเพื่อให้ ผู้บังคับบัญชา
      ยืนยันให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิมผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม
3.   ต้องรักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ ผู้น้อย
4.   ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการจะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้
5.   ต้องปฏิบัติราชการโดยมิให้เป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป  เป็นผู้สั่งให้กระทำหรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ
      ชั่วครั้งคราว
6.   ต้องรักษาความลับของทางราชการ
7.   ต้องสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี และไม่กระทำการอย่างใดที่เป็นการกลั่นแกล้งกัน และต้องช่วยเหลือกันในการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการด้วยกัน
      และผู้ร่วมปฏิบัติราชการ
8.   ต้องต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรมและให้การสงเคราะห์แก่ประชาชนผู้ติดต่อราชการ หรือในการปฏิบัติราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตนโดยไม่ชักช้า
      และด้วยความสุภาพเรียบร้อย โดยห้ามมิให้ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่หรือข่มแหงประชาชนผู้ติดต่อราชการ หรือในการปฏิบัติราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตน
9.   ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความตั้งใจ อุตสาหะเพื่อให้เกิดผลดี หรือความก้าวหน้าแก่ราชการ เอาใจใส่ ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ
      และต้องไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ
10. ต้องไม่กระทำการอันเป็นเหตุ ให้แตกความสามัคคีระหว่างข้าราชการตำรวจ
11. ต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชาการรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้ง ถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย
12. ต้องไม่ใช่กิริยาวาจา หรือประพฤติตนในลักษณะที่ไม่สมควร
13. ต้องไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว
14. ต้องไม่กระทำด้วยประการใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการบังคับผู้บังคับบัญชา เป็นทางให้เสียระเบียบแบบแผนวินัยตำรวจ
15. ต้องไม่กระทำหรือละเว้นการกระทำใด ๆ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการ หรือทำให้เสียระเบียบแบบแผนของตำรวจ
16. ต้องไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาผลประโยชน์ อันอาจทำให้เสียความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือเสี่อมเสียเกียรติศักดิ์
     ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน
17. ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการหรือผู้จัดการหรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท
18. กระทำการหรือไม่กระทำการตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

                    มาตรา 79   การกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ได้แก่ การกระทำดังต่อไปนี้
1.   ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้
2.   ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่มีเหตุอันสมควรเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกัน
      เป็นเวลาเกินสิบห้าวัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ
3.   เหยียดหยาม กดขี่ ข่มแหง หรือทำร้ายประชาชนผู้ติดต่อราชการหรือในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการ
4.   กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือให้รับโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก เว้นแต่เป็นโทษ
      สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
5.   กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
6.   กระทำหรือละเว้นการกระทำใด ๆ รวมทั้งการกระทำผิดตามมาตรา 78  อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
7.   กระทำการ หรือไม่กระทำการตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.